เกรียน :นิยามและความเป็นมา

มกราคม 18, 2007 at 10:25 am | In เดอะตอแหลสตอรี่ | Leave a Comment


หากเปิดหาคำนี้ใน พจนานุกรรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 หน้า
141 จะพบว่าถูกนิยามความหมายไว้ 3 ความหมายด้วยกันดังนี้

เกรียน ๑ [เกรียน] ว. สั้นเกือบติดหนังหัว ผิวหนังหรือ พื้นที่ เช่น ผมเกรียน หมาขนเกรียน หญ้าเกรียน

เกรียน ๒ [เกรียน] ดู เลี่ยน ๑.

เกรียน ๓ [เกรียน] น. แป้งซึ่งนวดด้วยน้ำร้อนแล้วไม่น่ายเป็นเม็ดปนอยู่ เม็ดนั้นเรียกว่า เกรียน;
เรียกปลายข้าวขนาดเล็กว่า ข้าวปลายเรียน

แต่วันนี้ผมไม่ได้มาพูดถึงคำนี้ ตามที่พจนานุกรมให้นิยามไว้หรอกนะครับ
แต่ผมขอพูดถึงมันในแง่มุมของมนุษย์ Cyber
กันดีกว่าเราจะมาค้นหาความหมายของมันกันและเมื่อรู้ความหมายแล้วอย่าลืมสำรวจตัวเองด้วยนะว่าคุณ
“เกรียนหรือเปล่า”

ต้นกำเนิดแห่ง เกรียน


เกรียน คำนี้มีต้นกำเนิดมาจากที่ใดไม่มีหลักฐานระบุชี้ชัดได้ แต่ที่แน่ๆ บนศิลาจารึก หลักไหนๆ
ก็คงไม่มีคำๆ นี้ปรากฏอยู่เป็นแน่
ผู้คว่ำวอร์ดในวงการณ์เกมบางคนบอกว่า
พบเห็นคำนี้ครั้งแรกมาจากเกมออนไลน์ที่มีผู้นิยมเล่นสูงสุดเกมหนึ่ง
ส่วนผู้คว่ำวอร์ดในวงการณ์บอร์ดบอกว่าเห็นครั้งแรกในเว็บซื้อขายแลกเปลี่ยนที่มีผู้ใช้มากที่สุดแห่งหนึ่ง
ผมจึงไม่สามารถอ้างอิงได้ว่ามันมีต้นกำเนิดจากที่ใดกันแน่
รู้แต่เพียงว่าวันนี้มันถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย

การขยายตัวของ เกรียน

เกรียน ไม่ใช่คำด่าพร่ำเพรื่อเหมือนอย่างคำด่าอื่นๆ ที่เราคุ้นเคยมาตั้งแต่สมัยพ่อขุนรามคำแห่ง
แต่เป็นคำที่ใช้ เฉพาะเจาะจงสำหรับกลุ่มคนประเภทหนึ่ง
กลุ่มคนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มคนพิเศษ

นักวิชาการบางท่านบอกว่า เป็นอาการของคนที่เสพหญ้ามากเกินไป
จนคอโรฟิวในหญ้าไปอุดตันสมอง จนส่งผลให้การทำงานของสมองซีกขวา ซึ่งเป็นสมองด้านของเหตุผลและการเรียนรู้
หดตัวลง ในขณะที่สมองซีกซ้าย ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการใช้อารมณ์ขยายตัวใหญ่ขึ้น
จึงส่งผลให้คนกลุ่มนี้ใช้แต่อารมณ์มากกว่าเหตุผล และการวิเคราะห์ไตร่ตรอง
ดังจะพบพฤติกรรมดังกล่าวได้บ่อยๆ ในเกมออนไลน์ หรือตามเว็บบอร์ดทั่วไป

สาเหตุที่ทำให้คำนี้เกิดการใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้น ไม่ใช่เพราะมันถูกนำมาใช้เป็นคำแฟชั่น หากแต่กลุ่มคนปร
ะเภทดังกล่าวขยายตัวมากขึ้น และลุกลามอย่างรวดเร็วจนยากที่จะหยุดยั้งได้ต่างหาก

กลุ่มที่อยู่ในสภาวะ เกรียน

หลายคนอาจจะเข้าใจผิดจนเหมารวมไปเลยว่า เกรียน คือ กลุ่มเด็ก ตั้งแต่ ป.1 จนถึง มัธยมปลาย
ที่ตัดผมสั้นเกรียน
สาเหตุที่หลายคนตีความแบบนั้น อาจจะเป็นด้วยลักษณะทางกายภาพที่โดดเด่น คือทรงผมที่เลี่ยนเกรียนติดหนังหัว
ซึ่งความจริงแล้วตาม “กฎของ เกรียน” หรือ “เกรียน Law” นั้นลักษณะดังกล่าวเป็นเพียงรากศัพท์ของคำว่า
เกรียน เท่านั้นเอง หากแต่ในความเป็นจริง ตามหลักของ “เกรียน Law” คือ “ความเกรียนไม่จำกัด ทรงผม อายุ
เพศ หรือ ฐานะ ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมในความเกรียนเหมือนกันหมด”

ดังนั้นจึงพอจะสรุปได้ว่า สภาวะเกรียน
เป็นสภาวะของพฤติกรรม ทางความคิด หาใช่ลักษณะทางกายภาพอย่างที่หลายคนเข้าใจกันไม่

ทำไมต้อง เกรียน


หลังจากที่ได้ทำการศึกษาและค้นคว้าเป็นเวลาหลายวันผมได้พบว่า
คำเหยียดสติปัญญาคำนี้เกิดขึ้นด้วยสาเหตุที่ว่า กลุ่มคนที่อยู่ในสภาวะเกรียนส่วนใหญ่จะเป็นเด็ก
และเป็นกลุ่มเด็กที่เล่นเกมออนไลน์ อาจจะด้วยเพราะเกมออนไลน์ในบ้านเรา เปิดกว้างมากจนเกินไป
จนเกิดการกระจุกตัวทางการแสดงออกในสถานที่เดียวกัน จนเมื่อเด็กๆ
เกิดการคลุกคลีกับพฤติกรรมไม่เหมาะสมบ่อยๆ
จึงดูดซึมพฤติกรรมเลวร้ายเหล่านั้นมาใช้โดยไม่มีคนคอยให้คำแนะนำ

โดยพฤติกรรมที่เราจะพบเห็นได้จากเด็กที่อยู่ในสภาวะเกรียนก็คือ การกระทำที่ไร้ความคิด พฤติกรรมไร้เหตุผล
พฤติกรรมก้าวร้าวทางคำพูดและความคิด เมื่อเข้าสู่สภาวะเกรียนสมองซีกซ้ายจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว
จนบางครั้งคนที่อยู่ข้างๆ ต้องเข้าระงับสติด้วยการ เบิร์ดกระบาล ซีกซ้ายซะหนึ่งที
ก่อนที่อาการจะลุกลามถึงขั้น “โคบ้า” ถ้าเป็นพวกวิกฤติหนักๆ ก็อาจจะกลายเป็น “กระบือบ้า” ได้เหมือนกัน

อาการที่เรียกว่า เกรียน

- กลุ่ม เกรียน มักจะมีความเชื่อมั่นตัวเองสูงในจินตนาการ แต่ปฏิบัติตัวตรงกันข้าม อยากเทพแต่ทำตัว***
เกรียนประเภทนี้มีคนให้นิยามจำแนกออกมาเป็น กลุ่ม เทพเกรียน หรือ King of เกรียน หรือ เกรียน เหนือ
เกรียน

- กลุ่ม เกรียน มักจะมีความอดทนต่อสิ่งเร้าภายนอกน้อยกว่าบุคคลปกติ และควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ค่อยได้
มักแสดงออกทางคำพูด มากกว่าทางความคิด หรือทีเรียกว่า “พูดโดยไม่คิด”
ในบางรายจะชอบด่าทอผู้อื่นแบบไร้เหตุผล โดยเชื่อมั่นว่าตัวเองถูกเสมอ
จนบางครั้งก้าวล่วงไปถึงบุพการีของผู้อื่น

- ชาวเกรียนจะมีความสุขไปกับการ ด่าคนแบบไร้ เหตุผล
และอดีนาลีนของชาวเกรียนจะสูบฉีดรุนแรงขึ้นเมื่อถูกด่าตอบ ชาวเกรียนมีพฤติกรรมที่ชอบเรียกร้องความสนใจ
ดังจะพบได้ตามเว็บบอร์ด ในกระทู้ดักควายต่างๆ พอเห็นคนเข้ามาด่าก็นั่งยิ้มชื่นใจ
จนกลายเป็นค่านิยมเสพติดของพวกเค้าไปแล้ว

- อาการหนึ่งที่เห็นได้ชัดจาก กลุ่มเกรียนคือจะเป็นกลุ่มคนที่มี IQ และ EQ ต่ำ
เนื่องจากไม่ค่อยชอบใช้ความคิด ชอบใช้แต่อารมณ์ สมองไม่สามารถดูดซึมเหตุผลเข้าไปได้
แต่ถ้าเป็นเรื่องปลุกเร้าอารมณ์ก้าวร้าวจะตื่นตัวในทันที

จะหลีกเลี่ยงสภาวะ เกรียน อย่างไร

สภาวะเกรียนสามารถป้องกันได้โดยการสร้าง “ภูมิคุ้มกันโรคเกรียน”
การแบ่งเวลาในการใช้ชีวิตประจำวันเป็นส่วนหนึ่ง ในการสร้างภูมิคุ้มกันโรคเกรียน การอ่านหนังสือ
สะสมความรู้ ใช้สมองซีกขวาในการตัดสินใจ คิดวิเคราะห์ต่างๆ รู้จักระงับอารมณ์ การเป็นคนมีเหตุผล
เปิดโอกาสในการรับฟังผู้อื่น เหล่านี้คือผู้ที่จะสามารถหลุดพ้นสภาวะเกรียนได้

นักวิชาการหลายท่านบอกว่า
สภาวะเกรียนในเด็กจะหมดไปเมื่อพวกเค้าบรรลุนิติภาวะ แต่ในทัศนะของผมแล้ว
การจะหลุดพ้นสภาวะเกรียนได้ คุณจะต้องบรรลุนิติภาวะทางความคิด ไม่ใช่อายุ เพราะอย่าลืมว่า
ความเกรียนมีอิสระเสรี สามารถเข้าสู่ทุกคนได้ หากคุณมีพฤติกรรมต่างๆ
ดังที่ผมได้กล่าวมาแล้วนั้นโปรดระลึกว่า สภาวะเกรียนได้ย่างกรายมาสู่คุณแล้ว
อย่าปล่อยให้มันฝังรากเข้าสู่กมลสันดารของเราได้ รีบสะบัดมันให้หลุดพ้น
ก่อนที่ชื่อของเราจะถูกเปลี่ยนเป็น “ไอ้เกรียน”

จากคุณ : อยากเม้าส
กระทู้จากโต๊ะราชดำเนิน pantip.com

คุณจะพูดอะไรเป็นคำแรกเมื่อ ตำรวจ เรียกให้หยุด ?

มกราคม 4, 2007 at 2:44 am | In เดอะตอแหลสตอรี่ | 4 Comments
1 ซวยแล้วกู
2 ผมผิดอะไรครับ
3 มีอะไรเหรอ ?
4 สวัสดีครับ..
5 รู้หรือเปล่าว่าฉันเป็นใคร……?
6 ผมต้องรีบไปซื้อก๋วยเตี๋ยวให้ท่านผู้กอง
7 รู้มั๊ย พ่อผมเป็นใคร ?
8 อ้าว……..เจอกันอีกแล้วนะ
9 ถือ
กระป๋องเบียร์ให้หน่อยสิคุณตำรวจ เดี๋ยวผมจะได้หยิบใบขับขี่ได้สะดวก
10 คุณต้องเหยียบมากกว่า 200 กม/ชม ละซิเนี้ยถึงไล่ทัน เยี่ยมจริงๆ ไม่กลัวเหรอ

11 คุณคงไม่ขอดูท้ายรถด้วยหรอกใช่มั๊ย ?
12 ผมพยายามไล่ให้ทันคันหน้าน่ะ แหมลิบ ๆ โน้น
13 เงินผมนะ ที่คุณรับอยู่ทุกเดือนน่ะ
14 ทานโทษคุณไม่ได้รูดซิบ
15 ที่นี้ที่ไหนเหรอ แล้วผมมาอยู่นี่ได้งัย สงสัยจะละเมออีกแล้ว
16 I can’t speak Thai.
17 ผมจะรีบไปหาเมีย
18 เท่าไหร่ดีครับ ?
19 ทำอะไรที่มันสร้างสรรค์กว่านี้ดีไหม
20 ลูกผมไม่สบาย

21 เออ…..รู้แล้ว
22 อีกแล้วเหรอวันนี้ครั้งที่ 3 แล้วนะ
23 ใบสั่งเหรอเพิ่งโดนมาเอง
24 ขอโทษครับที่นั้งเต็มแล้ว ไปโบกคันอื่นเถอะ
25 ยิงกูดิ มึงย้ายแน่ !

ผู้ชายเหมือนอะไร?

มกราคม 3, 2007 at 2:54 am | In เดอะตอแหลสตอรี่ | Leave a Comment
 
1. ผู้ชายก็เหมือน…กาแฟ กาแฟที่ดีที่สุดจะแพง(รวย),
นุ่มลิ้น(อบอุ่น),เม็ดสวย(แข็งแรง) และทำคุณตาสว่างไปตลอดคืน

2. ผู้ชายก็เหมือน…โฆษณา คำพูดน่ะเชื่อไม่ได้หรอก

3. ผู้ชายก็เหมือน…คอมพิวเตอร์
ยากจะเข้าใจแล้วก็ไม่เคยมีหน่วยความจำเพียงพอ

4. ผู้ชายก็เหมือน…ตู้เย็น
ที่เต็มไปด้วยเบียร์แล้วคุณก็สามารถ ดื่มมันได้

5. ผู้ชายก็เหมือน…เครื่องถ่ายสำเนา
คุณต้องการให้มันทำสำเนา (ปั๊มลูก) แต่มันก็ทำได้แค่นั้นน่ะแหละ

6. ผู้ชายก็เหมือน…กล้วย
ยิ่งมันแก่เท่าไหร่มันก็ยิ่งนุ่มนิ่มเท่านั้น

7. ผู้ชายก็เหมือน…บัญชีธนาคาร ถ้าไม่มีเงินมากมาย
มันก็ไม่ให้ดอกเบี้ย (ความสนใจ)

8. ผู้ชายก็เหมือน…หมวกจักรยาน มีประโยชน์ในยามคับขัน
รึไม่อย่างนั้นก็ดูงี่เง่าไปเลย

9. ผู้ชายก็เหมือน…พายุหิมะ
คุณไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเขาจะมาเมื่อไหร่
จะอยู่นานแค่ไหนหรือแม้แต่จะหนักหนาขนาดไหน

10. ผู้ชายก็เหมือน…รถมือสอง ทั้งสะดวกซื้อ ราคาถูก
(จน)แล้วก็เชื่อถือไม่ได้

11. ผู้ชายก็เหมือน…วันหยุด
ที่ดูยังไงก็ไม่มีทางยาวเพียงพอ

12. ผู้ชายก็เหมือน…สัมพันธ์ทางการเมือง
ใช้เวลานานกว่าจะโตเต็มที่

13. ผู้ชายก็เหมือน…ส้นสูง  ง่ายที่จะใช้มันหากคุณยังทรงตัว
(เกาะ)ได้อยู่

14. ผู้ชายก็เหมือน…ดวงชะตา ที่จะบอกคุณว่าควรจะทำ
ยังไงแล้วก็ผิดเสมอด้วยสิ

15. ผู้ชายก็เหมือน…สภาพดินฟ้าอากาศ
ไม่มีอะไรสามารถเปลี่ยนแปลงมันได้

16. ผู้ชายก็เหมือน…เครื่องปั่น
คุณอยากได้มันโดยที่คุณก็ยังไม่แน่ใจในเหตุผล

17. ผู้ชายก็เหมือน…ซีเมนต์
หลังจากเทไปแล้วก็ต้องรอเป็นชาติกว่ามันจะแข็ง

18. ผู้ชายก็เหมือน…ช็อคโกแลต
หวานนุ่มลิ้นแล้วก็พุ่งมาที่เอวคุณอย่างเดียว

19. ผู้ชายก็เหมือน…ลอนเหล็ก
ร้อนอยู่เสมอแล้วก็อยู่ในหัวคุณตลอดเวลาด้วย

20. ผู้ชายก็เหมือน…เครื่องตัดหญ้า ถ้าคุณไม่ลากมันไปไหน
มาไหน คุณก็ต้องขี่มันเลยล่ะ

21. ผู้ชายก็เหมือน…ภูเขาไฟระเบิด
สนุกที่จะมองแต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดนะ

22. ผู้ชายก็เหมือน…มาสคาร่า
พวกมันกระจายทุกทีที่คุณขยับน่ะแหละ

23. ผู้ชายก็เหมือน…มินิสเกิร์ต ถ้าคุณไม่ระวัง มันจะค่อยๆ
เลื่อนขึ้นไปบนขาอ่อน

24. ผู้ชายก็เหมือน…บะหมี่สำเร็จรูป
จะอยู่แต่ในน้ำร้อนๆรสชาติไม่ได้
เรื่องแล้วก็ต้องการเครื่องปรุงถึงที่สุด

25. ผู้ชายก็เหมือน…ที่จอดรถ ไอ้ที่ดีดีก็มีคนจอดไปแล้ว
ที่เหลืออยู่ก็เล็ก มากรึไม่งั้นก็ไม่น่าสนเอาซะเลย

จม.ตอบเขียนเป็นส่งตาย

พฤศจิกายน 7, 2006 at 4:18 am | In เดอะตอแหลสตอรี่ | 1 Comment

อ้างถึง

เราขอตอบสสลับกับข้อความของนายละกันนะ นายจะได้อ่านง่ายๆ

ฉบับสุดท้าย แด่เพื่อนร่วมรุ่น
1.  ฉบับแรก เรายังไม่ได้รับเลย อยู่ๆก็ฉบับสุดท้ายแล้วเหรอ แต่ก็เอาเถอะๆ
—————————–
แกคงลืมเราแล้ว
2.  แกเป็นใครอ่ะ ชื่อเช่อก็ไม่เขียน ทีหลังหัดใส่มาด้วยนะ(ตอนเรียนภาษาไทยอาจารย์เขาก็บอกแล้วไม่ใช่เหรอ)
—————————–
เราเคยร่วมทุกข์ร่วมสุข ในสถาบันเดียวกัน
3.
 พออ่านถึงตรงนี้ จี๊ดเลย
เราสังหรณ์ว่าต้องเป็นแกแน่ๆที่ยืมตังเรา500ไปซื้อเกม”?”ของเครื่องเพลย์
ยังไงอย่าลืมเอามาคืนเราด้วยนะ(รู้ที่อยู่เราแล้วนี่นา)
—————————–
ถึงวันนี้แกเคยสนใจบ้างไหม เพื่อนคนใดคนไหนตายแล้วบ้าง
4.  เท่าที่จำได้ก็มี ไอ้เจ๋งที่กอกล้วยตำตูดตาย กับไอ้โก้ที่เล่นซ่อนแอบเอาตัวมุดรั้วแต่เอาหัวออกมาไม่ได้  มีแค่2คนนะ
—————————–
แกรู้ไหมว่าเรากำลังจะตาย ตายไปพร้อมกับความเดียวดาย
5.  เฮ้ย!!! ก่อนตายเอา500มาคืนเราก่อนนะ
—————————–
ถึงวันที่แกได้อ่านเราคงตายไปแล้ว
6.  อ้าว…….กรรมแล้ว 500ตู…T-T
—————————–
เราจึงขอร้องให้ส่งจดหมายต่อไปอีก 29 ฉบับ ถึงเพื่อนร่วมรุ่น ส่งต่อความทรงจำให้คนที่ยังอยู่
7.   ยังจะมีหน้ามาใช้กรูอีก…-_-”
  กรูืขอยื่นคำขาดเลยนะ ถ้า500ไม่มา กรูไม่ส่งให้เด็ดขาดเลย
  แล้วรุ่นเรามีคนแค่25คน(ตัดแก ไอ้เจ๋ง ไอ้โก้ออกก็เหลือ22) แกจะให้เราส่งอีก4ฉบับไปหาสัมประเวสีที่ไหนเหรอ
—————————–
อุทิศให้กับคนที่จากไป
8.   ตามข้อ7เลย ถ้าไม่เอา500มาคืน น้ำซักขันก็อย่าหวังว่าจะกวดไปให้ ….ชิ
—————————–
กรรมดีร่วมกันก่อกรรมชั่วร่วมกันทำ จงจำไว้ตลอดไป
9.   ช่วงนั้นเราพึ่งเลิกกับน้องแป้งแฟนคนแรก ขมขื่นมาก ขอโทษว่ะ เราไม่อยากจำ
—————————–
ส่งต่อแล้วแกจะโชคดี
10.   แค่ได้จดหมายแก เราก็รู้สึกโชคร้ายแล้ว(เอานิ้วก้อยเท้าไปเตะขอบตู้ตอนกำลังแกะซอง)
—————————–
ปล.มิตรภาพยังคงอยู่ ความแค้นยังคงมี
11.   ใช่ ความแค้นยังคงมี เอา500ตรูคืนมา….T-T
—————————–
แล้วแกจะเจอดี 23พ.ย. นี้
12.   เราโตแล้ว ไม่อยากดูคอนเสิร์ตวัยซนคนมหัศจรรย์ ไม่ต้องส่งน้องเวลมาหาเราหรอก(นายทำงานอยู่กันตนาเหรอ)
—————————–
ปล.   วันที่ 23 หมาเรามีนัดคลอดตอนบ่าย2 คงไม่ว่างอ่ะนะ
ปล2. แกเป็นใครวะ…?????
ปล3. สแตมป์สวยดีว่ะ แม่เราชอบ

จากคุณ :
na_dol
http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A4835478/A4835478.html

เรื่องเล่าของคนใช้ของมือสอง

พฤศจิกายน 2, 2006 at 11:31 am | In เดอะตอแหลสตอรี่ | 1 Comment

เรื่องที่เล่ามาทั้งหมดนี้ ผมขอยอมรับว่าเป็นความจริง
และเป็นเรื่องที่น่ากลัวที่สุดในชีวิตของผมเลย
ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยจะเชื่อเรื่องผีหรือเรื่องวิญญาณมากนัก
เพราะไม่เคยเจอเลย ผมยังเคยคิดอยู่เลย
ว่าถ้าเจอจะขอหวยซะหน่อย
แต่เรื่องที่ผมเจอมานี้มันทำให้ผมเชื่อเรื่องเลยว่า ผีมีอยู่จริง

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว
ตอนที่ผมยังเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยตรงแถวศาลายา
ผมเป็นเด็กหอ จึงไม่ค่อยได้กลับบ้านเท่าไรนัก
หอที่ผมอาศัยอยู่นี้ พวกรุ่นพี่เล่าให้ฟังว่าผีดุมาก
แต่ผมก็ไม่เคยเห็นนะจึงไม่ค่อยเชื่อเท่าไร
วันหนึ่ง แฟนผมเค้าขอให้ผมพาไปซื้อ มือถือ ให้
ผมเห็นว่าวันนี้ไม่มีเรียนจึงได้ไปซื้อมือถือกับแฟน
ที่ มาบุญครอง
ทุกคนคงจะรู้นะว่ามาบุญครองมีมือถือขายอยู่มากมายทั้ง
ของมือหนึ่ง หรือของมือสอง
แฟนผมเดินดูมือถืออยู่หลายร้าน แต่ก็ไม่มีร้านไหนถูกใจซะที
จนถึงร้านขายมือถือร้านหนึ่ง ชื่ออะไรผมจำไม่ค่อยได้นัก
ภายในร้านตกแต่งเป็นอย่างดี และมีมือถืออยู่หลายรุ่นมาก
ระหว่างที่แฟนผมดูมือถืออยู่ ผมก็หันไปเห็น
PCT มือสอง เครื่องหนึ่ง ราคาถูกมาก ประมาณ 1000 บาท
ผมเห็นแล้วก็อยากได้มาก
เพราะจะได้เอาไว้โทรคุยกับแฟนได้ โทรมือถือทุกวันเปลืองตายเลย
แต่แฟนผมเค้าบอกผมว่าอย่าซื้อเลย
เพราะของมือสองมักจะไม่ค่อยดี ผมก็ไม่ได้สนใจเท่าไร
ก็คนมันอยากได้นี่
ผมจึงตัดสินใจซื้อ PCT เครื่องนั้น ทันที

วันแรก PCT ที่ผมซื้อมาใช้ได้ดีมากเลย
สัญญาณเต็มทุกครั้งที่โทร
แต่เมื่อผ่านไปประมาณ 4-5 วัน
ผมสังเกตุเห็นว่า มีสี สีแดงติดอยู่ที่ PCT
ตอนแรกผมก็ไม่ได้คิดอะไรมาก
เพราะผมคิดว่ามันเป็นของมือสอง
มันก็คงต้องมีตำหนิบ้าง ผมจึงเอา PCT ของผมไปเปลี่ยนหน้ากาก
หมดไปประมาณ 150 บาท
ในคืนนั้นเองผมได้ใช้ PCT โทรคุยกับแฟน
เมื่อคุยเสร็จผมจะไปอาบน้ำ
เลยวาง PCT ไว้บนเตียง
เมื่ออาบน้ำเสร็จแล้วผมเอา PCT ขึ้นมาดูเผื่อมีคนโทร
แต่สิ่งที่ผมเห็น
มันมีสี สีแดง ติดอยู่ที่ PCT

ผมงงเลยครับ ก็ตอนที่ไปเปลี่ยนหน้ากาก
ผมดูแล้วมันไม่มีอะรอยหรือสีอะไรติดอยู่ที่ PCT แน่ๆ
แต่ผมก็ไม่ได้คิดอะไรมาก คิดว่าเพื่อนมันคงจะแกล้ง

คืนต่อมา
ผมใช้ PCT
โทรกลับบ้านเพื่อบอกกลับที่บ้านว่า
จะไม่กลับบ้านซักอาทิตย์หนึ่ง เพราะอยู่ในช่วงสอบ
เมื่อผมโทรเสร็จแล้ว
ผมเอา PCT มาดู
ผมเห็นว่า สี สีแดงที่ติดอยุ่ที่ PCT มันใหญ่ขึ้น
และรู้สึกว่าสีจะยังไม่แห้งดีด้วย
ผมเลยจับ PCT ขึ้นดูให้ชัดๆ ว่ามันเป็นอะไรกันแน่
ผมแทบช๊อคเลยครับ

มันเป็นเลือดครับ เลือดสีแดงสดๆ

ผมตกใจมาก ทำอะไรไม่ถูกเลย
เอาแล้ว อยู่มาตั้งนานไม่เคยเจอผีก็เค้า
วันนี้ทำไมต้องเจอด้วยวะ
ผมไม่รู้จะทำอย่างไรดี
เพื่อนก็ยังไม่กลับมา ไม่มีใครอยู่ในห้องเลย
ผมจึงรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำ
ก็คนมันนึกอะไรไม่ออกนี่
ผมวิ่งไปก็สวดมนต์ไป ( คนที่ไม่เคยเจออย่างผม
ไม่รู้หรอกครับว่ามันน่ากลัวแค่ไหน )
และเมื่อผมวิ่งไปถึงห้องน้ำ ผมได้ไปล้างหน้าล้างตาที่
บริเวณอ่างล้างหน้า เผื่อมันจะดีขึ้น
แต่เมื่อผมมองไปที่กระจกเท่านั้นละครับ
สิ่งที่ผมเห็นนั้นมันทำให้ผมร้องตะโกนออกมาลั่นหอเลยครับ
อ๊าก………… …..
………… ………
………… ……… .
………… ……… ..
………… ……… ..
………… ……… …
………… ……… ……
………… ……… …….
………… ……… ……..
………… ……… …….
หูกูเป็นแผลเหรอเนี่ย

แผ่นไรท์ไม่ดีจริงๆ ครับ

ตุลาคม 28, 2006 at 8:51 am | In เดอะตอแหลสตอรี่ | Leave a Comment

เรื่องมันมีอยู่ว่า ผมและเพื่อนจะไปดูชุด
โฮมเธียเตอร์ มาไว้ดูหนังแอคชั่นแบบเจ๋งๆ ซักเรื่อง
เลยปรึกษากันว่าต้องไปที่ไหน เตรียมตัวอย่างไงดี จะได้ไม่เสียเที่ยว

พอดีอยู่ใกล้ห้างแห่งหนึ่งแถวบางกะปิ…..ซึ่งชั้นบนมีแผนกโฮมเธียเตอร์อยู่
เลยปิ้งไอเดียว่า เอาแผ่นหนังของเราไปลองดูด้วยดีกว่า จะได้เห็นว่า
ระบบมันเจ๋งจริงหรือเปล่า แบบว่า 5.1 DTS Dolby Prologic
อะไรงี้……เทสต์ๆ

เลยวิ่งไปหาเพื่อยืมแผ่นหนังที่ชื่นชอบมาเพื่อจะไปเทสต์ทีห้าง ตกลงว่า
เอาเรื่อง Matrix ภาคแรก เอาฉากที่ นีโอหลบกระสุนเลย  
ปัง…….พิ้ว…….ฟุ่บ…….คว้าง
…….ผ่าง…….พรึ่บ……………อืม…..ใช้ได้ๆ
เพราะฉากนี้ถ้าดูด้วย ระบบ DTS หรือ 5.1
ท่านจะได้ยินเสียงกระสุนหมุนรอบตัวท่านตอนที่กล้องแพนไป 360 องศา ยอดๆๆๆๆ
 แบบนี้แหละ ใช้เทสต์ได้ดี
จะได้ดูว่าระบบที่ร้านมันเจ๋งจริงเปล่า……จึงไปยืมแผ่นที่บ้านเพื่อน
แต่มันไม่อยู่ไปซื้อผัดไทย

 เลยถือวิสาสะ
ไปหยิบกล่องหนังมาจากห้องนอนมันเลย
ไปหยิบมาแล้วก็เปิดดูว่าไม่ใช่กล่องเปล่า ก็ดูเออๆๆ มีแผ่น
แต่เป็นแผ่นไรท์ มีเขียนไว้ว่า Matrixx ใช้ได้ๆๆๆๆ
ไปเว้ย…..ได้แผ่นเทสต์แล้ว

 ประมาณ ครึ่ง ชม.ต่อมา ก็มาอยู่ที่ห้างใหญ่กลางกรุง แผนกเครื่องเสียง-โฮมเธียเตอร์ วันเสาร์ช่วงบ่าย คนพลุกพล่านเชียว
“น้องๆ พี่จะดูชุดนี้หน่อย ขอลองระบบเสียงหน่อยสิ”
–”ได้ครับๆ พี่”
“เอาแผ่นนี้ไปลองเลยนะ แล้วปรับเวลาไปประมาณนาทีที่ 120 นะพี่จำได้”
ผมยื่นเอากล่อง Matrix ให้คนขาย คนขายก็เอาไปใส่เครื่องเล่น DVD พร้อมตั้งรีโมทให้ปรับเวลาเล่นไปตามที่ผมบอก
“เออ…ลองปรับให้มันดังๆหน่อยนะ แล้วปรับเพิ่มให้มันเสียงกระหึ่ม แบบเซอร์ราวด์เลย พี่จะลองดูว่าเสียงเป็นไง”
—- “ได้ครับ เดี๋ยวผมปรับให้คนทั้งชั้นหันมาดูเลยครับพี่ ไว้ใจได้”
แล้ว คนขายก็จัดการตั้งค่าโน่นนี่จนเรียบร้อย
—– “พร้อมแล้วพี่ กด Play ก็เจอฉากยิงปืนแล้วครับ”
“อืม….เปิดเลยๆ จะลองฟ้งดู”
ผมกับเพื่อนก็ไปนั่งตรงกลาง ที่เสียงจะฟังได้รอบทิศมากที่สุด
—– “เปิดแล้วนะพี่…..” กดปุ่ม  Play ……….
.
.
.
.
“โอ้ว…..อ้า……โอ้ว……อิยะ……อิเคะๆๆ……”
.
.
เฮ้ย……พระเจ้าช่วย………นี่มัน
มิยาบิ นี่หว่า………..เสียงระบบเซอร์ราวด์ พร้อมภาพบนจอขนาด 52 นิ้ว
ฉายภาพอย่างชัดเจน เสีนงดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ……….

พนักงานขายกดปิดทันที…………..แล้วสิ่งที่ตามมาก็คือ…..ความเงียบ……….เงียบ….สนิท……..

ผมลุกขึ้น พร้อมกับ เดินออกไปจากแผนกอย่างรวดเร็วเพื่อจะไปกบดานที่บ้านซัก 1 เดือนเพื่อไม่ให้ใครจำหน้าผมได้……….

เวรแท้ๆ เจ้าเพื่อนนั่น มันดันเอาหนัง AV ซ่อนเพื่อตบตาน้องมันที่ชอบมาหาหนังในห้อง………..
เราด้วยความรีบร้อน ไม่ทันดูให้ละเอียด……….เลยหยิบมาเลย

สิ่งที่ได้คือ…..ความอับอายอย่างบรรยายไม่ถูก……. เปิดหนังโป๊กลางห้าง………….พระเจ้า………..

from http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A4770856/A4770856.html

10 อันดับ FWD เมลล์ที่น่ารำคาญที่สุด

ตุลาคม 23, 2006 at 10:16 am | In เดอะตอแหลสตอรี่ | Leave a Comment

คนเล่นเน็ตทุกคนต้องเคยได้สิ่งที่เรียกว่า
FWD เมลล์มาแล้ว อันว่า FWD
เมลล์ก็คือเมลล์ที่อ่านแล้ว คนอ่านจะส่งต่อไปให้คนอื่นๆอ่านทั่วๆกัน ด้วย
FWD เมลล์ บางอันก็มีข้อความน่ารักๆ อ่านแล้วก็น่ารักๆ
บางอันก็มีบทความดีๆส่งมาให้อ่านกันอยู่เรื่อยๆ เป็นที่มีความสุขกันถ้วนหน้า
บางอันแม้จะได้แล้วได้อีก แต่ก็ยังอมยิ้มได้จากความสนุก ตลก
ซาบซึ้งของเนื้อหา

แต่ยังมีฟอร์เวิร์ดเมลล์อีกประเภทหนึ่งที่ฟอร์เวิร์ดแล้วฟอร์เวิร์ดเล่า
สิบปีผ่านไปก็ยังฟอร์เวิร์ดมาอยู่นั่นแหละ
ไม่รู้ไอ้คนฟอร์เวิร์ดมันไม่เคย
ได้หรือยังไงกัน
แล้วที่ส่งต่อมันหมายความว่ายังไงฟะ
จริงๆถ้าจะส่งต่อก็ไม่เท่าไหร่ เพราะบางคนยังไม่ได้อ่าน
แต่มีเมลล์ FWD อยู่ 10
ชนิด ที่เชื่อว่าต้องมีอยู่ในเมลล์บ็อฏซ์ของคนเล่นเน็ตเกือบทุกคน ที่น่ารำคาญมาก
เพราะมันมาแล้วมาอีกอยู๋ได้
ส่วนมากเมลล์ประเภทนี้ก็หนีไม่พ้นสไตลล์จดหมายลูกโซ่ในอดีต
ที่ทำให้คนส่งต่อด้วยความกลัว กลัวคำขู่ที่ตามมาหลอกหลอนบนโลกไซเบอร์
เฮ่อๆๆๆสนุกจริงหนอ

และต่อไปนี้ก็คือ10 อันดับ FWD
เมลล์ที่น่ารำคาญที่สุดในโลก ที่เราได้จัดอันดับมาให้คนเล่นเน็ตทุกท่านได้ดูกัน
มาดูซิว่าในเมลล์บ็อกซ์ของท่านมีเมลล์ครบ 10
อันดับนี้หรือไม่

อันดับ10 -
อีเมลล์ลูกโซ่

ใช่แล้วครับทุกท่าน
มันก็คือจดหมายลูกโซ่ธรรมดานี่แหละ
ที่ส่งกันมาส่งแล้วส่งเล่าตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ยังจีบกันด้วยจดหมายรัก
จนถึงยุคที่อินเตอร์เน็ตส่งข้อมูล 10MB
ต่อวินาทีได้แล้ว
ก็ยังมีจดหมายแบบนี้อยู่บนโลกเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
แถมเนื้อหาก็ยังลอกมาจากต้นฉบับอาจารย์วิจิตรธรรมโชติเมื่อ
30 ปีก่อนยังไงอย่างนั้น ช่างน่าภุมิใจจัง ที่เราสามารถอนุรักษ์มรดกของชาติได้เยี่ยมขนาดนี้
เนื้อหาก็จะ
ประมาณว่าจดหมายฉบับนี้มีมนต์วิเศษ ส่งต่อ
20 คนจะโชคดี
ถ้าไม่ส่งตายแน่ เหมือนอย่างนายสมชาย สมหมาย ทหารอากาศอะไรทั้งหลายแหล่ที่ตายแล้วตายอีก ในหลักฐานอ้างอิงเพื่อเพิ่มความน่าชื่อถือ
ถ้าท่านอยากเป็นคนงมงายในยุคอินเตอร์เน็ตก็เชิญส่งต่อนะครับ
แต่ถ้า
อยากฉลาดขึ้นบ้างก็…ลบทิ้งเสียเถอะ

อันดับ9
-
เจ้าแม่กวนอิมโชคดี+พระพิฆเนศโชคดี

สมัยนี้เค้าเผยแพร่ความโชคดีบนอินเตอร์เน็ตแล้วครับท่านผู้อ่าน
เมลล์ประเภทนี้จะมีรูปเจ้าแม่กวนอิมหรือไม่ก็พระพิฆเนศที่ถ่ายมาจาก
ไหนก็ไม่รู้
รู้แต่มันเหมือนกันทุกฉบับเลย ดูเผินๆบางคนอาจจะแย้งว่า
คนส่งเค้าอยากให้คนได้รับโชคดีไง
จะบอกว่าเนื้อหาหลักๆเหมือนกับ
อันดับ 10
ไม่มีผิดเพี้ยนครับ แค่เปลี่ยนคำว่าโชคร้ายเป็นโชคดีเท่านั้น
แถมยังขู่เหมือนเดิมว่าถ้าไม่ส่ง ซวยแน่
กร๊ากๆๆๆ

บางเวอร์ชั่นดีหน่อยครับที่ไม่ได้ขู่มาด้วย
แต่อยากจะบอกว่าการที่เราเช็คเมลล์แล้วพบเมลล์จากเพื่อนๆ 10คน
ต่างคนต่างส่งเมลล์หัวข้อนี้มาเหมือนกันทุกคน เรียงเป็นตับในเมลล์บ็อกซ์ของเรา มันน่ารำคาญโว้ยยยยย

อันดับ8
- ลูกผมป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว

อันดับนี้จะว่าดีก็ดี
จะว่าร้ายก็ร้าย คือดูเผินๆแล้วผู้ส่งต้องการความช่วยเหลือแน่ๆ
จึงมาโพสท์แบบนี้ บวกหน้าตาที่อยู่พร้อม
แต่จะบอกว่า เมลล์แบบนี้
ห้าปีผ่านไปก็ยังฟอร์เวิร์ดกันให้เกลื่อน
คือถ้าลูกคุณป่วยเป็นมะเร็งและต้องการความช่วยเหลือด่วน
แต่ยังรอคนใจดีอยู่ได้ตั้ง 5 ปีแบบนี้
ขอคาดการณ์ว่าร่างกายคงมีภูมิต้านทานดีขนาดหนักแล้วครับ
ไม่ก็ตายไปเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องฟอร์เวิร์ดต่อหรอก
เพราะมีกรณีนึง ที่มีคนลองติดต่อไปแล้วพบว่าเป็นเรื่องจริง
แต่ทางต้นสายบอกว่าเป็นเรื่องเมื่อ 8 ปีที่แล้ว
ผลร้ายจากความใจดีของพวกเรานั่นเองที่เห็นแล้วสงสาร
ฟอร์เวิร์ดไปเรื่อยๆเผื่อจะเจอใครที่ใจบุญกว่า แต่บอกตามตรง
เท่าที่เคยประสบมา คนฟอร์เวิร์ดจะไม่ให้ความช่วยเหลือ
ส่วนคนช่วยเหลือจะไม่ฟอร์เวิร์ด ฮ่วย!

ถึงผู้ใดก็ตามที่ประสบปัญหาแนวๆนี้
ขอแนะนำว่าอย่าส่งทางเมลล์เลยครับ
เพราะเมื่อมันเผยแพร่ในโลกไซเบอร์แล้ว มันค้างนาน
และมันจะกระจายเป็นวงกว้างซึ่งไม่มีทางยับยั้งได้
แม้คุณจะได้รับการช่วยเหลือแล้ว คุณก็ยังอาจจะได้รับการติดต่อมาอีกต่อไป เป็นปีๆ
ทางที่ดีไปลงประกาศในหนังสือพิมพ์ หรืออะไรทำนองนั้นดีกว่านะ

อันดับ7
- ไม่ส่งต่อ
ไม่มีแฟน

ไม่รู้ว่าคนเราสมัยนี้กลัวการไม่มีแฟนมาก
หรือไม่ก็ไม่มั่นใจในฝีมือการจีบของตัวเอง
จึงส่งกันเป็นว่าเล่น
เมลล์ประเภทนี้จะขึ้นต้นด้วยข้อความดีๆ ภาพน่ารักๆ
แต่เสือกลงท้ายด้วยข้อความประมาณว่า
ส่ง 1-5 คน
จะโชคดีเล็กๆน้อย
ส่ง 6-15 คน จะเจอเนื้อคู่
ส่ง 16-30
คน เนื้อคู่จะโทรมาหาใน 10 นาที (ดูมัน
ยังกะโฆษณาทีวีไดเรคต์)
และถ้าไม่ส่ง โสดตลอดชาติ
ประมาณนี้เป็นต้น สังเกตว่ามีระดับความโชคดีให้เลือกด้วย
ใครคิดว่าตัวเองโชคดีอยู่แล้วก็ส่งน้อยๆ
ใครคิดว่าดวงซวยก็ส่งเยอะๆ อืม…เหมือนชิงโชคเลยเนอะ
แต่รู้สึกส่งชิงโชครายการคุณปัญญา จะมีโอกาสมากกว่าซะอีกนะ

อันดับ6
- กินชาเขียวเย็นเป็นอันตราย

เมลล์ประเภทนี้มีมาเป็นระยะๆ
ตามแต่ว่าอะไรที่ฮิตในช่วงนั้น ช่วงแรกมันเป็นโค้ก
กินโค้กแล้วอันตราย เอาตะปูแช่โค้ก 1 วัน ตะปูละลาย

ต่อมาก็เป็นชาเขียวเย็น กินแล้วไขมันจับ เพราะมันเย็น
พิสูจน์ได้ด้วยการเทชาเขียวเย็นลงในชามก๋วยเตี๋ยว
แล้วจะเห็นไขมันจับเป็นก้อน ปัดโธ่
เทอะไรเย็นๆลงน้ำซุป มันก็จับหมดแหละคุณ (ไม่เชื่อไปลองดูได้)
หรือไม่ต้องเทน้ำอะไรหรอก เอาก๋วยเตี๋ยวไปแช่เย็น
สักพักมันก็จับไขแล้ว
เมลล์แบบนี้จะใช้ข้อความเมหือนยกข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์มาอ้าง
ซึ่งถ้าใครฉลาดๆหน่อยก็จะจับผิดได้ว่ามันไม่เป็นจริง
ส่วนใครโง่ๆก็…ฟอร์เวิร์ดต่อปายยย
(ล่าสุดนี่รู้สึกจะเป็นโรตีบอยแล้วนะ
มันอินเทรนด์ดีโว้ยคนเขียนเมลล์แบบนี้)

อันดับ5 -
จุดจบประเทศไทย

เขียนโดย นิติภูมิ เนาวรัตน์
ชายหนุ่มผู้มองเห็นประเทศอื่นดีกว่าเราในทุกด้าน
ส่วนเมืองไทยนั้นกระจอก คอรัปชั่น เฮงซวย
ล่มสลายแน่ๆถ้าไม่เชื่อกรู
ไม่รู้มันเกิดมาเป็นคนไทยทำไมเหมือนกัน
เมลล์ชนิดนี้เนื้อหาเหมือนต้นฉบับเพราะลอกมา
เนื้อหาจะเกี่ยวกับประเทศไทยในปี 2550 ที่จะถูกน้ำท่วม
ภัยพิบัติ ฯลฯ สุดท้ายก็จะกลายเป็นเหมือนอาร์เจนติน่า ฯลฯ
ดีเหมือนกันวงการฟุตบอลบ้านเราจะได้ไปบอลโลกซะที

เมลล์แบบนี้จริงๆก็จัดว่ามีประโยชน์ เสียแต่ว่ามันทำให้เกิดความแตกแยกได้ง่าย
หากผู้อ่านไม่มีวิจารณญาณ
จริงๆคือพวกเราได้แต่อ่านแล้วก็ส่ง
ทำอะไรไม่ได้ นอกจากเกลียดคนที่ถูกอ้างถึงในเมลล์ โดยไม่มีหลักฐานอย่างอื่นประกอบการตัดสินใจเลย
อีกอย่างคือ เมลล์แบบเนี้ย ไม่ต้องส่งหรอก ถ้าในปี
2550 มันจะเป็นอย่างที่อ้างจริงๆ
ผู้เขียนเค้าก็มีหลักฐานการเขียนของเค้าอยู่แล้วแหละ
ไม่ต้องส่งต่อเพียงเพื่อประกาศให้รู้ว่ากรูเก่งหรอก
มันน่ารำคาญรู้มั้ย เพราะว่ามีเมลล์เนื้อหานี้ในเมลล์บ็อกซ์เกือบร้อยฉบับแล้ว

อันดับ4
- ฟอร์เวิร์ดไป 18 คนแล้วกด
Atl+F8

ไม่รู้ว่ามีที่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ อาจเป็นเพราะโปรแกรมอีเมลล์เมื่อสมัยสิบปีก่อน มีฟังก์ชั่น
Atl+F8 ก็ได้ ปัจจุบันมันไม่มีใช้แล้ว
แต่เมลล์แบบนี้ก็อาศัยความอยากรู้ของผู้ส่ง มาทำให้มันถูกฟอร์เวิร์ดมาเรื่อยๆนับสิบปีแล้ว
เนื้อหาก็จะเป็นว่า
มียายแกไปซื้ออาหารหมา อาหารแมว สุดท้ายก็ให้คนขายล้วงไปในกล่อง
ถ้าอยากรู้ว่าในกล่องมีอะไร ให้ฟอร์เวิร์ดไป 18 คน
แล้วกด Atl+F8 หรืออะไรทำนองนี้ ก็จะพบคำตอบ
บางเมลล์เล่นง่ายกว่านั้น ไม่ต้องอารัมภบทมาก
มาถึงก็บอกให้ส่งเลย
แล้วกดดูจะพบว่ามีอะไรเปลี่ยนไป

ไม่ต้องส่งต่อนะครับ
ขอร้อง เพราะตั้งแต่มันถูกส่งมาในโลกนี้
ยังไม่เคยมีใครสักคนรู้เลยว่ากด Atl+F8 แล้วจะเกิดอะไรขึ้น
…จริงๆอาจจะพบก็ได้
…พบว่าตัวเองโง่นั่นเอง

อันดับ3 – รูปถ่ายวิญญาณ
ชายผู้ล่วงลับ

เมลล์แบบนี้เอาความน่ากลัวเข้าว่า
เริ่มจากบอกเล่าเรื่องราวของชายหนุ่มที่ไปเที่ยวป่า
แล้วถ่ายรูปติดวิญญาณมา สองสามวันถัดมาเขาก็ตาย

หากใครไม่อยากตาย ให้ส่งต่อ 10 คน
มิฉะนั้นวิญญาณในรูปจะตามไปที่บ้าน
ตบท้ายด้วยรูปถ่ายวิญญาณที่น่ากลัวก็จริง
แต่รู้ว่าตัดต่อ เพราะไอ้ผีในรูปนั้น
ไปเสิร์ชเวบผีเวบไหนมันก็มี (ใครไม่มี เชยมาก)
เป็นรูปต้นแบบที่ถูกนำมาใช้ตัดต่อบ่อยที่สุด

อันดับ2 -
ยายมาหา

อันนี้ยังเล่นกับความน่ากลัวไม่เลิก
ด้วยการให้เด็กชายคนหนึ่ง เล่าเรื่องน่ากลัวเกี่ยวกับยายตัวเองจะมาเอาชีวิต
แกเลยหาทางรอดด้วยการบอกว่าให้ไปเอาชีวิตคนอ่านเมลล์นี้แทน
-_-” ฉลาดมากหนุ่มน้อย ไม่ยักรู้ว่ายายเอ็งเล่นเน็ตเป็นด้วย
เมลล์นี้ยอมรับว่าน่ากลัวจริง
แต่ก็ได้มาจนหายกลัวไปแล้ว ถ้ายายอยากได้วิญญาณจริง ไปหาวิญญาณเป็ดไก่ตามตลาดสด จะเจอเยอะกว่านะยายจ๋า
วันนึงเป็นร้อยตัวเลย

อันดับ1 -
ฮ็อตเมลล์เก็บตัง

มาแล้วครับ
กับอันดับยอดฮิตที่สุดบนโลกมนุษย์ เมลล์นี้มีเนื้อหาบอกว่า
ทางฮ็อตเมลล์จะทำการเก็บเงินผู้ใช้เมลล์ @hotmail
โดยผู้ส่งเมลล์จะให้พวกเราช่วยกันฟอร์เวิร์ดไปเยอะๆ
เค้าจะได้สงสาร และยกเลิกการเก็บตัง -_-”
เมลล์แบบนี้ก็ได้มาตั้งแต่เล่นเน็ตสมัยแรกๆแล้ว

ถ้ามันเป็นจริง ก็นับว่าฮ็อตเมลล์ใจดีมาก
จะเก็บตังมาตั้งหลายปีแล้ว ก็ไม่เก็บสักทีเพราะมีคนฟอร์เวิร์ดเยอะ
ว่าแต่มันจะรู้ได้ไงวะว่ามีคนฟอร์เวิร์ดน่ะหืม?
แรกๆมันเป็นแค่ข้อความ
ต่อมานี้ลงทุนทำแบนเนอร์ปลอมที่มีสัญลักษณ์ฮ็อตเมลล์ให้ดูน่าเชื่อถือขึ้น
ล่าสุดนี่สงสัยรู้ตัวว่าไม่ได้ผล
เลยใส่เพิ่มลงไปในหัวข้อด้วยว่า “คราวนี้เอาจริงแล้ว
ฮ็อตเมลล์จะเก็บตังเราแล้วล่ะ!” (มีการขู่
555)

เคยลองทำเมลล์ปลอมแบบนี้เหมือนกันเพื่อให้เลิกส่งเมลล์สไตล์นี้
โดยการใช้เนื้อหาว่าฮ็อตเมลล์ต้องเสียเงินนับร้อยล้านดอลล่าร์ เพิ่อแก้คดีคนเข้าใจผิดว่าเขาจะเก็บตัง
และประกาศจะจับตัวผู้ที่ส่งเมลล์ที่ทำให้ทางเขาเสียหาย
นั่นคือใครฟอร์เวิร์ดเมลล์แบบนั้นอีก
จะถูกตามรอยมาถึงบ้าน และถูกฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทกันทุกคน
ผลก็คือ FWD mail หัวข้อ “ฮ็อตเมลล์เก็บตัง”
ก็ยังคงฮิตไม่เสื่อมคลาย

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า..คนเรากลัวไม่ได้ใช้ฮ็อตเมลล์
มากกว่ากลัวถูกจับซะอีก
555

ทั้งหมดนี้เขียนขึ้นมาก็เพื่ออยากจะประกาศให้โลกรู้ว่า
เมลล์เนื้อหาแบบเนี้ย
มันไม่มีประโยชน์อะไรเลย นอกจากแสดงให้คนรู่วาคุณโง่
เชื่อในเรื่องเหลวไหล
และเพิ่มเนื้อที่เมลล์ขยะในเมลล์บ็อกซ์ของคนอื่นโดยใช่เหตุ
แถมเมลล์บางอันก็ยังปลูผฝังความเชื่อผิดๆซะอีก
(เช่นเมลล์ชาเขียวเย็นอันตราย)
เป็นการโจมตีคู่แข่งทางการค้าได้ โดยไม่ต้องเสียตังอะไรเลย
ใช้ประโยชน์จากคนโง่ๆที่หลงเชื่อนั่นแหละ

เลิกฟอร์เวิร์ดได้แล้วครับ
เชื่อว่าใครที่เล่นเน็ตมาไม่ต่ำกว่า 1 ปี
ก็เคยได้รับเมลล์แบบนี้กันหมดแล้วล่ะ
มาช่วยกันฟอร์เวิร์ดแต่เมลล์เนื้อหาดีๆ มีคุณค่า
อ่านแล้วถึงไม่ได้สาระ ก็ขอให้ได้ความสบายใจหน่อยเถอะ นะ

ว่าแต่ในเมลล์บ็อกซ์ของคุณ
มีเมลล์แบบนี้กี่ประเภทกันครับ ^^

ปล.การ FWD เมลล์นี้
ไม่ทำให้ผลการเรียนคุณตกต่ำลง หรือทำให้คุณเป็นโสดตลอดชาติ
มันไม่มีผลอะไรกับชีวิตคุณทั้งสิ้น
นอกจากมีผลทำให้คนอื่นไม่ต้องได้รับเมลล์ไร้สาระอีก
ถ้าอ่านแล้วเก็บไว้คนเดียวก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าช่วยกัน FWD
ไปหน่อยก็จะขอบคุณมากๆ
แล้วอีกสิบปี เราจะมาดูกันนะครับว่าเมลล์นี้จะกลายเป็นหนึ่งใน
10 อันดับได้รึเปล่า คอยดูกันครับ

บริการลวนลามบนรถไฟฟ้า

ตุลาคม 20, 2006 at 2:47 am | In เดอะตอแหลสตอรี่ | Leave a Comment
โครตไอเดียธุรกิจ คิดได้ไง
?
 

เพื่อตอบสนองต่อสู้กับปัญหาลวนลามผู้หญิงบนรถไฟที่ญี่ปุ่น
จึงเกิดไอเดียใหม่
ร้านลวนลามบนรถไฟฟ้า
ร้านนี้จะแต่งร้านเหมือนรถไฟฟ้าญี่ปุ่นเปี๊ยบ
แต่ไม่เคลื่อนที่
ภายในเป็นห้องโดยสารพร้อมอุปกรณ์แบบเดียวกับที่ใช้ในรถไฟจริง,
ใช้เสียงผู้ประกาศ และ มีการหยุดจอดตามสถานนีเหมือนจริง วิ่งเป็นระยะประมาณ
20 นาที วิวนอกหน้าต่าง เป็นภาพจากจอ LCD
แสดงวิวจากสถานที่จริง
แต่ละสถานี จะมีผู้โดยสารสาวๆ วัยประมาณ 20
แต่งชุดนักเรียน หรือชุดแม่บ้าน เดินเข้าออกผัดเปลี่ยนกันไปตลอด
ลูกค้าสามารถเข้าไปลวนลามผู้โยสารสาวๆนี้ได้ตามใจชอบ แต่ห้าม
ช่วยตัวเอง
บนรถไฟ
ลูกค้าทุกคนต้องสมัครเป็นสมาชิก ราคา 5 พันเยน
จากนั้นเสียค่าเข้าร้าน กับค่าขึ้นรถไฟลวนลามอีกครั้งละ 5 พันกว่าเยน ..
และถ้าจ่ายเพิ่มอีก 5 พันเยน สามารถเลือกสาวให้นั่งรถไฟด้วยกันได้เป็นเวลา 15
นาที

ลูกค้าร้านนี้ส่วนมากเป็นชายวัยประมาณ 40 กว่าๆ ..
ลูกค้าคนหนึ่งให้สัมภาษณ์ว่า ก่อนมาร้านขึ้นรถไฟมา
เห็นสาวๆแล้วห้ามมือซนขี้ลวนลามเกือบไม่ได้ ต้องรีบมาร้านนี้ทันที

ส่วนพนักงานสาววัย 20 ให้สัมภาษณ์ว่า
“หนูไม่ชอบผู้ชายลวนลามค่ะ แต่ถ้าโดนเข้าจริงๆ คงกลัวจนไม่รู้จะทำยังไง
แล้วคงปิดปากเงียบ .. แต่ที่นี่ ลูกค้าเป็นสมาชิกทุกคน
เรารู้ว่าเค้าจะมาจับโน่นลูบนี่ เป็นที่หาเพื่อนที่ดีที่หนึ่ง หนูชอบค่ะ
สนุกดี”

ผี นั่ ง คุ ย กั น

ตุลาคม 20, 2006 at 2:14 am | In เดอะตอแหลสตอรี่ | Leave a Comment

มีผีมานั่งคุยกันข้างวัด 3 ตัว
ผีตัวแรก : ถามตัวที่สามว่าแกเป็นอะไรตาย


ผีตัวสาม : เลยตอบว่าข้าโดนรถชนตาย

ผีตัวสามย้อนถามผีตัวแรก :
แล้วแกเป็นอะไรตาย

ผีตัวแรก : ข้าโดนแทงตาย

ผีตัวกลางเอาแต่นั่งร้องไห้ ฮือ ฮือ ฮือ ฮือ

ผีตัวแรกกะตัวที่สามเลยถามผีตัวกลางว่า:


แกร้องไห้ทำไมว่ะ แล้วแกเป็นอะไรตาย

…..
…..
…..

…..
……
……
…….
……
……

ผีตัวกลาง : กูยังไม่ตาย กูมา…ขี้…

ตัดเล็บดีไม่ดีวันไหนบ้าง

ตุลาคม 19, 2006 at 2:12 pm | In เดอะตอแหลสตอรี่ | Leave a Comment

จันทร์ มีลาภ

อังคาร ไม่ดี

พุธ เสียเงินแน่
ไม่เชื่อลองดูได้เลย

พฤหัส อยู่เฉยๆดีก่า

ศุกร์
ตัดให้ด้วนเลย ได้เงินชัวร์ ไม่มั่วนิ่ม

เสาร์
ศุกร์ตัดไปแล้วเสาร์ก้อไม่มีเหลือให้ตัด

อาทิตย์
เฉยๆไว้เหอะเพิ่งจะเริ่มยาว

หน้าต่อไป

บลอกที่ WordPress.com . | Theme: Pool by Borja Fernandez.
Entries and comments feeds.